ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

นิรโทษฯ"เหลือง-แดง" วาระซ่อนเร้น "ภท." ราดน้ำมันบนกองไฟ


วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11486 มติชนรายวัน


นิรโทษฯ"เหลือง-แดง" วาระซ่อนเร้น "ภท." ราดน้ำมันบนกองไฟ





ชัดเจนแล้วว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 และระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึงวันที่ 14 เมษายน 2552 พ.ศ. .... ของพรรคภูมิใจไทย

ที่มีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวขบวน ยื่นต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร บิดาของนายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีแห่งภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม

เข้าลักษณะ"ชงเอง กินเอง"นั้น

ไม่ได้สร้างความสมานฉันท์ตามความมุ่งหวังของร่างกฎหมาย

เพราะ"ตัวละคร"ในเหตุการณ์ ทั้ง กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ตั้งท่าคัดค้านตั้งแต่เริ่มแรก

แกนนำ นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ไม่เอาด้วย

เพราะไม่ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย กลัวว่าจะมีวาระซ่อนเร้น "ยืนยันว่าคดีของคนเสื้อแดงจะเอามาแลกกับคดีของคนเสื้อเหลืองไม่ได้ เพราะความผิดมันแตกต่างกัน กลุ่มคนเสื้อเหลืองมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตจากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ขณะที่คนเสื้อแดงมีโทษเล็กน้อยจากการปิดถนนเท่านั้น"

ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่ม พธม. มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้

ความเห็นนายสุริยะใสน่าสนใจยิ่ง

"เป็นการเอาเรื่องความสมานฉันท์และความขัดแย้งของประชาชนมาเป็นข้ออ้างเท่านั้น และลึกๆ แล้วหวังนิรโทษกรรมให้กับข้าราชการประจำระดับสูงที่อิงแอบกับพรรคการเมือง โดยเฉพาะนายตำรวจใหญ่ที่กำลังจะต้องรับผิดชอบในคดี 7 ตุลาคม 2551"

เมื่อตรวจสอบข่าวสารวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา มีสถานการณ์ที่ชวนให้สงสัยว่าสอดคล้องกับความเห็นนายสุริยะใสหรือไม่

กรณีที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เดินทางมาชี้แจงข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.ในคดีสลายม็อบ พมธ.เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่หน้ารัฐสภา

เนื่องจากมติ ป.ป.ช.ให้แจ้งข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง และความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เพิ่มเติม

จากมูลเหตุที่พบว่า มีคำสั่งเรื่องอำนาจการสั่งเคลื่อนกำลังพลในการดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม

ซึ่งคำสั่งดังกล่าวจะต้องเป็นอำนาจการสั่งการของ ผบ.ตร.เพียงคนเดียวเท่านั้น

จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ พล.ต.อ.พัชรวาทต้องงัดพยานหลักฐานมาหักล้าง"ปม"นี้ให้ได้

ผลของคดีนี้จึงสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตข้าราชการตำรวจของ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ยังมีคนคิดไกลไปกว่านั้นว่า จะมีการ"รุก"ต่อ เข้าทำนองได้คืบจะเอาศอก

คือ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา จะมีการไต่ระดับไปออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับบรรดานักการเมืองที่ถูกดำเนินคดีต่างๆ อยู่ในขณะนี้ด้วย

และถ้าทบทวนกันให้ดีๆ จะเห็นว่า หลายพฤติกรรมของพรรคคนเสื้อสีน้ำเงินที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ ยังขัดแย้งกับการส่งเสริมบรรยากาศสมานฉันท์ในสังคม

โดยเฉพาะการสั่งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยภายใต้ร่มเงาของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งโต๊ะรับลงชื่อคัดค้าน และถอนชื่อ การถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ ให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนากรัฐมนตรี

ที่ได้ขยับเป้าจาก 10 ล้านรายชื่อ เป็น 20 คนล้านรายชื่อแล้ว

ถือเป็นการดิสเครดิต สมาชิกเสื้อแดง

ตอกลิ่มสงครามระหว่างสีเสื้อให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

ดังนั้น จู่ๆ เมื่อภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้จึงสร้างความกังขาแก่คนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยทันที ว่างานนี้ต้องมีอะไรแอบแฝง

ยิ่งบรรดานักกฎหมายทั้งหลาย ต่างกังวลว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะยิ่งเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของประเทศ โดยเฉพาะศาลยุติธรรม

และสร้างแบบอย่างไม่ดีให้กับคนผิด เพราะเมื่อทำผิดแล้วก็มาออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเองหรือพวกพ้อง

ถ้าพลพรรคภูมิใจไทยยังขืนดันทุรังผลักดันต่อไป เท่ากับราดน้ำมันลงไปในเปลวเพลิงแห่งความขัดแย้งในสังคมขณะนี้

เห็นรำไรแล้วว่า ร่างกฎหมายนี้น่าจะแท้งแน่

หน้า 3

โจทย์ใหม่กับการลดการแบ่งขั้ว

วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 20:30:13 น.  มติชนออนไลน์
 


โจทย์ใหม่กับการลดการแบ่งขั้ว

โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

ช่วงที่ผ่านมามีความพยายามจากฝ่ายต่างๆที่จะตั้งโจทย์และเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แตกแยก แบ่งขั้ว แบ่งฝ่ายที่เกิดขึ้นในทางการเมืองและสังคม  แต่ส่วนใหญ่มักตั้งโจทย์แคบๆ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา  การออกกฎหมายนิรโทษกรรมฯลฯ ซึ่งข้อเสนอต่างๆเน้นไปที่ผลประโยชน์ของนักการเมืองเป็นหลัก


เมื่อเร็วๆนี้สำนักงานกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัย(สกว.)มอบหมายให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ที่ดีอาร์ไอ)ทำวิจัยในหัวข้อ"การปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อลดความขัดแย้งทางการเมือง"ซึ่งข้อเสนอการวิจัยดังกล่าวได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจ จึงขอสรุปแนวคิดที่ปรากฎอยู่ในเอกสารดังกล่าวนำเสนอโดยสังเขป


ความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ


ในด้านหนึ่งเศรษฐกิจผูกขาด เช่น ระบบสัมปทานต่างๆ ซึ่งอิงกับอำนาจรัฐ ก่อให้เกิดส่วนเกินทางเศรษฐกิจหรือค่าเช่าทางเศรษฐกิจ (economic rent) มหาศาลและชักนำให้นักธุรกิจหลายกลุ่มที่มีแหล่งรายได้หลักจากสัมปทานเข้าสู่อำนาจทางการเมือง และได้รับชัยชนะในระบบการเลือกตั้งที่มีการใช้เงินทุนสูง


ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจในระดับที่สูง และการที่ประเทศไทยมีแรงงานในภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการ จำนวนมาก ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ขาดสวัสดิการที่ได้รับจากการทำงาน และต้องการความช่วยเหลือจากรัฐทั้งในด้านสาธารณสุข การศึกษา การเข้าถึงสินเชื่อ ฯลฯ


ปัจจัยทั้ง2 ด้านทำให้นักการเมืองบางกลุ่ม ประสบความสำเร็จในทางการเมืองอย่างสูงโดยใช้ "นโยบายประชานิยม" ซื้อใจคนจนและคนชั้นกลางระดับล่าง


นอกจากนั้นก็อาศัยอำนาจการเมืองที่ได้จากการเลือกตั้งมาใช้ปกป้อง เพิ่มพูนผลประโยชน์ทางธุรกิจ และสร้างอำนาจผูกขาดให้ธุรกิจของพวกพ้อง ตลอดจนแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจจากนโยบายสาธารณะและมาตรการต่างๆ ของรัฐ ทั้งในระบบงบประมาณ และนอกระบบงบประมาณ


ปัญหาการผูกขาดและความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจจึงมีผลกระทบโดยตรง รวมถึงการใช้ "นโยบายประชานิยม" แบบขาดวินับทางการคลัง ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม ทำให้ระบบประชาธิปไตยของไทยไม่สามารถลงหลักปักฐานได้อย่างมีเสถียรภาพ 


ทำให้มีความจำเป็นที่ต้องมีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจเพื่อลดส่วนเกินและลดความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการปฏิรูปกฎกติกาและสถาบันทางการเมืองอย่างที่เคยดำเนินการมา


เอกสารได้ยกตัวอย่างผลงานวิจัยในต่างประเทศหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่า การปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยอย่างมั่นคงจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนกลุ่มต่างๆได้ ซึ่งทำได้โดยการลดความร่ำรวยมหาศาลที่กระจุกตัวในคนกลุ่มน้อยจากการได้รับส่วนเกินทางเศรษฐกิจต่างๆควบคู่ไปกับเพิ่มรายได้และสวัสดิการสังคมให้คนจนและคนชั้นกลางระดับล่าง โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนนโยบายประชานิยมไปสู่การให้สวัสดิการพื้นฐานตามแนวคิดของรัฐสวัสดิการ


อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงจะต้องไม่รุนแรงเกินไปจนก่อให้เกิดความขัดแย้งใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดการล้มกระดานของชนชั้นสูงที่เห็นว่า ระบบประชาธิปไตยทำให้ตนต้องเกิดความสูญเสียมากกว่าทางเลือกอื่น ซึ่งการโอนถ่ายทรัพยากรระหว่างกลุ่มคนไม่มากเกินไป เช่น ต้องไม่กระทบระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจากการถูกยึดทรัพย์ โดยไม่มีเหตุผลสมควร ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่น้อยเกินไปสำหรับคนจนและคนชั้นกลางระดับล่าง


นอกจากนี้ กระบวนการดังกล่าวต้องมีความชอบธรรม เช่น ไม่ปิดโอกาสในการสร้างฐานะจากการทำงานโดยสุจริต แต่ลดโอกาสในการแสวงหาส่วนเกินทางเศรษฐกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย


ขณะเดียวกัน รัฐสวัสดิการจะคงอยู่รอดได้ หากเศรษฐกิจของประเทศมีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน จากการที่ภาคการผลิตมีการยกระดับผลิตภาพ (production upgrading) อย่างต่อเนื่องและการใช้จ่ายของรัฐถูกควบคุมอยู่ภายใต้กรอบทางการคลังที่โปร่งใสและมีวินัย


งานวิจัยนี้ต้องการศึกษาทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างการกระจุกตัวของทรัพย์สินกับการกระจุกตัวของอำนาจการเมือง โดย การจัดทำแผนที่ของค่าเช่าทางเศรษฐกิจ การนำเสนอแนวนโยบายการลดหรือการควบคุมค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการจำกัดพฤติกรรมดังกล่าวที่จะเป็นผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและการเมือง


ส่วนเกินในระบบเศรษฐกิจที่จะหยิบยกมาศึกษามีด้วยกัน 5 ด้านได้แก่ การผูกขาดทางเศรษฐกิจ  การแทรกแซงตลาด เช่น ตลาดสินค้าเกษตร การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง/สัมปทานของรัฐ การใช้อิทธิพลในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ การปั่นหุ้นและการใช้ข้อมูลลวงในตลาดหลักทรัพย์


นอกจากนั้นจะศึกษาเรื่องมาตรการการคลังเพื่อความเป็นธณรมทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย


อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้จะมีประโยชน์ ต้องมีการผลักดันให้ผู้นำทางการเมืองนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้เกิดผลด้วย

  http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1250859246&grpid=no&catid=02

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.baanjomyut.com/library/lotus
http://www.educationatclick.com
http://www.pwdom.com
http://weblogcamp2009.blogspot.com/2009
http://www.twitter.com/kajorn
http://www.twitter.com/BKKFlashCamp
http://camp02.readyhomepage.com
http://www.twitter.com/sun1951
http://www.twitter.com/joomlacorner
http://sun1951.vaivaitraining.com
http://sun1951.wordpress.com
http://www.educationatclick.com/th/

วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

40 ส.ว.ร้องประชาคมโลกรุมประณามพม่าสั่งจำคุก "ซูจี"

40 ส.ว.ร้องประชาคมโลกรุมประณามพม่าสั่งจำคุก “ซูจี”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 สิงหาคม 2552 14:41 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ประสาร มฤคพิทักษ์

กลุ่ม 40 ส.ว.เตรียมล่ารายชื่อ เห็นพ้องคัดค้านศาลพม่าสั่งจำคุก “ซูจี” เรียกร้องประชาคมโลกรุมประณาม ชี้รัฐบาลทหารพม่าใช้เล่ห์เหลี่ยมกีดกันเพื่อไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้ง เกรงจะได้รับชัยชนะ
       
       วันนี้ (12 ส.ค.) นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา กล่าวถึงกรณีศาลพม่าตัดสินให้นางอองซานซูจี จำคุกต่อว่า เป็นเล่ห์กลของการทหารพม่าที่ต้องการให้นางซูจี ออกจากระบบเลือกตั้ง เพราะปีหน้าพม่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งทหารเกรงว่าเมื่อนางซูจีมาลงเลือกตั้งจะชนะ และทหารจะได้รับความพ่ายแพ้จึงทำการสกัดไว้ ซึ่งการที่ศาลพม่าสั่งจำคุก 3 ปี นางซูจี แล้วลดโทษให้เป็น1 ปีครึ่งก็ตาม การสั่งจำคุกครั้งครั้งนี้ถือว่าเป็นการป้ายสีนางซูจี อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องให้ประชาคมโลก อาทิ UN คณะกรรมการสิทธิสหประชาชาติ และองค์กรณ์ที่เกี่ยวข้อง ให้ออกมาประณาม กดดันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคว่ำบาตรทางการทหาร เศรษฐกิจ การเมือง พม่าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้คณะกรรมการสิทธิเสรีภาพของไทย ก็ต้องออกมากดดัน การจับกุมคุมขัง นางซูจีด้วย
       
       นายประสารกล่าวอีกว่า ขณะนี้กลุ่ม 40 ส.ว.ได้หารือกันแล้วเห็นว่าจะรวบรวมรายชื่อ ส.ว.เพื่อคัดค้านคำสั่งศาลของทางการพม่า คาดว่าพรุ่งจะเริ่มล่ารายชื่อได้แล้ว ซึ่งการทำอย่างนี้จะทำให้สาธารณะรับรู้

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000091622


--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กมธ.กิจการสภา สผ. เตรียมดูงานอาคารรัฐสภาต่างประเทศ

 

 

 

กมธ.กิจการสภา สผ. เตรียมดูงานอาคารรัฐสภาต่างประเทศ

7 ส.ค. 52 -              ประธานคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร เผย คณะกรรมาธิการเตรียมเดินทางไปดูงานด้านรัฐสภา ณ สาธารณรัฐอินเดีย และสาธารณรัฐเกาหลีใต้ หวัง นำข้อมูลที่ได้มาปรับใช้กับรัฐสภาของไทย พร้อมระบุขณะนี้รอเพียงคำสั่งอนุมัติการเดินทางจากประธานรัฐสภาเท่านั้น

                นายศักดา  คงเพชร ประธานคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการพิจารณาเพื่อเตรียมการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของคณะกรรมาธิการว่า ในครั้งนี้คณะกรรมาธิการเตรียมที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานระบบงานด้านรัฐสภาและอาคารรัฐสภา ณ ประเทศอินเดียและสาธารณรัฐเกาหลีใต้ เพื่อนำข้อมูลมาปรับใช้กับรัฐสภาของไทย นอกจากนี้กรรมาธิการจะได้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยต่อประเทศอินเดียและสาธารณรัฐเกาหลีใต้ด้วย

                ส่วนการเดินทางครั้งนี้คณะกรรมาธิการคาดหมายในเบื้องต้นว่าจะเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศอินเดียในช่วงวันที่ 28 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน 2552 ส่วนสาธารณรัฐเกาหลีใต้เบื้องต้นกำหนดไว้ในช่วงวันที่ 11 15 กันยายน 2552 แต่ทั้งนี้คณะกรรมาธิการต้องรอหนังสือตอบรับจากกระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย เพื่อนำมาประกอบเรื่องการขออนุมัติเดินทางศึกษาดูงานจากนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่จะมีการเดินทางจริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                อัญชิสา  จ่าภา         ผู้สื่อข่าว

                                                                                                                เกรียงไกร  หอมจันทร์เทศ   เรียบเรียง

 



--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

กมธ.ท่องเที่ยวและกีฬา สผ. จัดประชุมพิจารณารายละเอียดการเดินทางศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น

 

 

 

กมธ.ท่องเที่ยวและกีฬา สผ. จัดประชุมพิจารณารายละเอียดการเดินทางศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น

7 ส.ค. 52 -              คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา สภาผู้แทนราษฎร  จัดประชุมศึกษารายละเอียดการเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อขอเข้าเยี่ยมชมสถานที่ราชการต่างๆ ระบุ ญี่ปุ่นตอบรับให้เข้าดูงานที่สนามฟุตบอลฯและสโมสรฟุตบอลอาชีพแล้ว

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุมพิจารณาศึกษาถึงรายละเอียดเรื่อง การเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 4-8 กันยายน พ.ศ.2552 โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อขอศึกษาดูงานที่กระทรวงการต่างประเทศ เยี่ยมชมรัฐสภาและเยี่ยมคารวะประธานรัฐสภา พร้อมด้วยประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา สภาผู้แทนราษฎรแห่งประเทศญี่ปุ่น ส่วนการดูงานที่สนามฟุตบอลแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Football Association) และสโมสรฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น (Japan League) ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ช่วยประสานงานให้นั้นขณะนี้มีหนังสือตอบรับจากสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นแล้วว่ายินดีให้การต้อนรับ โดยหลังจากนี้ กมธ.ก็จะดำเนินการขออนุมัติจากประธานรัฐสภาเพื่อเดินทางศึกษาดูงานจากประเทศดังกล่าวต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                วิจิตรา น้าวัฒนไพบูลย์ ข่าว / เรียบเรียง



--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

ปธ.กมธ.ศาสนา สผ. ระบุ ประเทศอิตาลีให้ความสนใจวัฒนธรรมในประเทศมากกว่าประเทศไทย

                                     

 

 

 

ปธ.กมธ.ศาสนา สผ. ระบุ ประเทศอิตาลีให้ความสนใจวัฒนธรรมในประเทศมากกว่าประเทศไทย

6 ส.ค.52 -               ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ระบุ หลังการศึกษาดูงาน ณ สาธารณรัฐอิตาลี สมาพันธรัฐสวิส และสาธารณรัฐฝรั่งเศส กรรมาธิการพบ ในประเทศดังกล่าวให้ความสนใจงานทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมมากกว่าประเทศไทย

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงผลการเดินทางไปศึกษาดูงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ของคณะกรรมาธิการ ณ สาธารณรัฐอิตาลี สมาพันธรัฐสวิส และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่า ในส่วนของสาธารณรัฐอิตาลีกรรมาธิการได้โอกาสพบปะสนทนางานด้านวัฒนธรรมกับที่ปรึกษารัฐมนตรีด้านวัฒนธรรมและผู้แทนจากกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศอิตาลี ซึ่งทำให้กรรมาธิการทราบว่า ประเทศอิตาลีได้บัญญัติเรื่องวัฒนธรรมประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศ นอกจากนี้ในแต่ละเมืองของประเทศอิตาลีจะมีพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงนิทรรศการด้านวัฒนธรรมประจำชาติอยู่รวมกันกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับประเทศไทยแล้วประเทศอิตาลีถือว่าให้ความสนใจงานทางด้านวัฒนธรรมมากกว่าประเทศไทย

ทั้งนี้ในส่วนสาธารณรัฐฝรั่งเศส คณะกรรมาธิการ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมในส่วนของพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาภาพวาดที่มีชื่อของโลก ซึ่งก็มีการบริหารจัดการที่ดีเช่นเดียวกับประเทศอิตาลี

ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ กล่าวว่า ผลที่คณะกรรมาธิการได้จากการศึกษาดูงานในครั้งนี้คณะกรรมาธิการจะสรุปเพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนางานทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เกรียงไกร  หอมจันทร์เทศ   ข่าว / เรียบเรียง



--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กรรมการ กสม..โต้"อริณพงศ์"ลาออกเหตุไม่รู้งานถ่องแท้


วันที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 08:40:12 น.  มติชนออนไลน์

กรรมการ กสม..โต้"อริณพงศ์"ลาออกเหตุไม่รู้งานถ่องแท้

รายงานข่าวจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เผยว่าตามที่เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิฯ นางอริณนพงศ์ สูตรสุคนธ์ ให้ข่าวว่าที่ตนต้องไขก๊อกขอลาออกก่อนเกษียร เพราะถูก กสม.ชุดใหม่ล้วงลูก ข่มขู่ กดดัน ทั้งเรื่องงาน ทำเรื่องผิดให้เป็นถูก แต่เท่าที่ได้รู้จักมักคุ้น ผู้ที่รับบทนั่งหัวโต๊ะ กสม. คนใหม่มานาน ก็ไม่เห็นว่าจะมีท่าทีเช่นนั้น แต่ที่เลขาธิการรู้สึกอึดอัดและกดดัน น่าจะเป็นเพราะทุกคำถามที่ กสม. ชุดใหม่อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องความเป็นมาเป็นไปของงานในสำนักงาน หรืองานที่จะก้าวต่อไป เลขาธิการไม่เคยตอบคำถามอย่างคนที่นั่งในตำแหน่งนี้ควรจะรู้เลยซักเรื่อง จับต้นชนปลายก็ไม่ถูก จน กสม. หน้าใหม่ไฟแรงต้องปวดหัวไปตามๆ กัน เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นทำงานอย่างไรดี ส่วนทำเรื่องผิดให้เป็นถูกนั้น ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะอย่างเรื่องที่เลขาธิการละเลยไม่สรรหา กสม. ชุดนี้ จนศาลปกครองสูงสุดทนไม่ไหวต้องสั่งให้สรรหา ก็เชื่อว่าดร.อมรา พงศาพิชญ์ หนึ่งในคณะกรรมการ กสม.จะไม่ หมกเม็ดทำนิ่งเฉยหรือทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูก เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายร้ายแรง อย่างไรเสียก็ต้องสั่งสืบสาวราวเรื่องให้ได้ความว่างานนี้ใครผิดใครถูก ใครสั่งไม่ให้สรรหา ใครกลัวสูญเสียประโยชน์ ซึ่งคงรู้ผลการสอบสวนในไม่ช้านี้ ว่าแต่ว่า กสม. ชุดใหม่ถอดด้ามชุดนี้จะหาอัศวินม้าขาวมาช่วยพยุงไม่ให้องค์กรนี้ต้องล่มสลายได้ทันเวลาหรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249609403&grpid=03&catid=01

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://www.narit.or.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.momypedia.com
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com